"ยายจิตร”แม่เฒ่านั่งฟังธรรมมาทุกวันต่อเนื่องหลายปี พร้อมหมาคู่หูนั่งฟังอยู่ไม่ห่าง

Publish 2019-08-20 12:01:57


            (19 ส.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่าผู้คนที่เดินทางไปบ้านของนางสมจิตร มีแต้ม หรือ ยายจิตร” อายุ 85 ปี อยู่บ้านเลขที่ 80/12  หมู่บ้านธารริน หมู่ 8 ถนนเทวบุรี ต.โพธิ์เสด็จ อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช ต่างพากันแปลกใจและที่เห็นคุณยายจิตร ซึ่งเปิดเป็นร้านของชำเล็ก ๆ แต่จะปิดประตูรั้วเหล็กหน้าบ้านตลอด และจะเวลาเปิดโทรศัพท์ช่องธรรมะซึ่งจะมีการเผยแพร่ธรรมะด้วยการเทศนาหรือบรรยายธรรมะ ของพระเถรานุเถระ รวมทั้งการปฏิบัติธรรมวิปัสสนากรรมฐานต่อเนื่องตลอดเวลาทั้งกลางวันและกลางคืน โดยคุณยายจิตร จะนั่ง ๆ นอน ๆ อยู่บนเก้าอี้ยาวหน้าโทรทัศน์ เพื่อฟังดูและฟังธรรมะจากโทรทัศน์ พร้อมมีสมุดและปากกาอย่างละ 1 เล่มสำหรับจดบันทึกข้อความธรรมะสำคัญ ๆ ที่น่าสนใจอย่างตั้งอกตั้งใจ และยึดถือปฏิบัติเป็นกิจวัตรทุกวันต่อเนื่องมานานกว่า 10 ปี โดยนาน  ๆ จึงจะมีเพื่อนบานมาซื้อของในร้านสักครั้ง เพราะมีของจำหน่ายเพียง 5-6 ชนิดเท่านั้น

            “แต่ในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมานอกยายจิตร แล้วจะมีสุนัขพันธ์เพศเมีย สีดำ อายุประมาณ 10 ปีซึ่งเป็นของเพื่อนบ้านจะเดินมานอนหมอบอยู่หน้าโทรทัศน์และร่วมฟังการเทศนาหรือบรรยายธรรมะทางโทรทัศน์อย่างสนใจเป็นพิเศษ จนทั้งน้องหมาและยายจิตรจึงกลายเป็นคู่หูที่ราวมฟังธรรมะตลอดทั้งวัน และนาน ๆ 2-3 ชั่วโมงน้องหมาตัวดังกล่าวจะลุกขึ้นเดินกลับไปบ้านที่อยู่ห่างออกไปประมาณ 50 เมตรเพื่อดื่มน้ำหรือกินอาหาร จากนั้นก็จะเดิมด้อมกลับมานอนฟังธรรมะต่อ จนมืดค่ำและยายจิตปิดโทรทัศน์และปิดประตูเข้านอนน้องหมายอดนักธรรมก็จะเดินกลับบ้าน  ทำให้เพื่อบ้านและผู้คนที่พบเหนพฤติกรรมของยายจิตร และน้องหมาต่างพากันวิพากวิจารณ์ และสงสัยว่าน้องหมารับรู้และเข้าใจธรรมะที่ฟังจากโทรทัศน์บ้างหรือไม่”

 

 

 

 

 

            คุณยายจิตร มีแต้ม กล่าวว่าตนเป็นนักปฏิบัติธรรมต่อเนื่องมานานเกือบ 20 ปีแล้วโดยในช่วงวันอาทิตย์จะเดินทางไปยังศูนย์ปฏิบัติธรรมมูลนิธิจริยธรรมพร้อมมูล สาขานครศรีธรรมราช เมื่อกลับมาถึงบ้านก็จะเปิดโทรทัศน์รายการธรรมะตลอดเวลา  จนได้รับประกาศนียบัตรผู้ผ่านหลักสูตรการปฏิบัติธรรมขั้นสูงสุด และในแต่ละปีจะได้รับเชิญเข้าร่วมปฏิบัติธรรมครั้งใหญ่ในต่างอำเภอหรือต่างจังหวัดด้วย  สำหรับน้องหมาตัวดังกล่าวชื่อ “นางจิ๊กโก๋” เป็นแม่หมาอายุกว่า 10 ปีแล้วถ้าเปรียบเทียบกับมนุษย์นางจิ๊กโกน่าจะมีอายุรุ่นราวคราวเดียวกับตน เดิมนางจิ๊กโก๋เป็นลูกหมาจรจัดในวัดโพธิ์เสด็จ ซึ่งอยู่ห่างออกไปประมาณ 500 เมตร และมีชายวิกลจริตอุ้มมาปล่อยริมคลองมะพร้าวหน้าบ้านก่อนที่ชายวิกลจริตจะลงไปอาบน้ำในคลองลุกหมาจิ๊กโกจึงวิ่งไปหา น.ส.นวรัตน์ อินทศิลา หรือ “น้องพลอย”ลูกสาวนายไพฑูรย์ อินทศิลา อุปนายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดนครศรีธรรมราช และน้องพลอยได้ให้อาหารลูกหมากิน เมื่อชายวิกลจริตอาบน้ำเสร็จขึ้นมาบนฝั่งไม่เห็นลูกหมาก็เดินจากไป น้องพลอย จึงจำใจเลี้ยงลูกหมาตัวดังกล่าวเป็นอย่างดีต่อเนื่องนานกว่า 10 ปีแล้วและตั้งชื่อว่า “นางจิ๊กโก๋”

            “เจ้าจิ๊กโก๋หรือนางจิ๊กโก๋ เป็นหมาแสนรู้ ไม่ดุร้าย เป็นที่รู้จักและเป็นที่รักใคร่เอ็นดูของคนทั้งหมู่บ้าน โดยชาวบ้านมักจะซื้อและนำอาหารมาให้นางจิ๊กโกกินเป็นประจำ ในปัจจุบันนางจิ๊กเกิดลูกออกมา 1 ตัวชื่อ “ไอ้กระท่อม” อายุ 2 ปี เมื่อไอ้กระท่อมเติบใหญ่มีขนาดใหญ่กว่าแม่หลายเท่า ตัวอ้อนเหมือนหมูและมีนิสัยขี้เล่น ไร้สาระ และชอบเห่ากรรโชกข่มขู่แม่ จนนางจิ๊กโก๋จะรู้สึกรำคาญกับลูกของตัวเอง จึงมักจะเดินเลี่ยงมาที่บ้านอยู่ที่บ้านตน และเมื่อตนเปิดโทรทัศน์รายการธรรมะนางจิ๊กโก๋จะชอบมานอนหมอบฟังธรรมะอย่างตั้งใจหน้าโทรทัศน์ครั้งละ 2-3 ชม.วันละ 2-3 เที่ยว จนกลายเป็นเพื่อนคลายเหงาของตนไปโดยปริยาย โดยตนจะพูดกับนางจิ๊กโก๋เหมือนกับพูดกับคนทั่ว ๆ ไปและดูเหมือนมันจะแสนรู้ สามารถฟังภาษามนุษย์รู้เรื่องทุกอย่าง สามารถทำตามที่ตนบอกตนสั่งได้อย่างไม่น่าเชื่อ  ตนพิจารณาดูแล้วนางจิ๊กโก๋มีความรู้สึก นึกคิดและ มีความเข้าใจอะไรทุกอย่างเหมือนมนุษย์เพียงแต่มันพูดภาษามนุษย์ไม่ได้เท่านั้น”

 

 

 



“สำหรับการฟังธรรมะ ตนเชื่อว่าการฟังธรรมะอย่างต่อเนื่องแม้จะเป็นสัตว์เดรัจฉานมันก็น่าจะซึมซับเอาธรรมะไปได้บ้าง และมันอาจจะหลุดพ้นจากหลุดพ้นจากสังสารวัฎหรือวัฏสงสารได้เช่นกัน ซึ่งในส่วนของมนุษย์แม้จะเป็นฆราวาสก็หลุดพ้นได้ด้วย 3 วิธีคือการฟังธรรมะต่อเนื่อง การทำบุญตักบาตรต่อเนื่อง และสำเร็จหรือหลุดพ้นได้ด้วยการปฏิบัติธรรมอย่างต่อเนื่อง นางจิ๊กโก๋ มันได้ฟังธรรมะเป็นประจำต่อเนื่องมันน่าจะหลุดพ้นได้ในชาตินี้อย่างแน่นอน  สำหรับตนที่ต้องใจทำบุญ ปฏิบัติธรรม ฟังธรรมะ ก็เชื่อว่าบุญกุศลที่ตนสั่งสมมานานจะทำให้ต้นหลุดพ้นจากสังสารวัฎหรือวัฏสงสารได้อย่างแน่นอน”

            คุณยายจิตร มีแต้ม กล่าวว่า เมื่อ 2 ปีก่อนตนมีอาการแน่นหน้าอก หายใจไม่ออก เนื้อตัวอ่อนปวกเปียก ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ และมีความรู้สึกกว่ากำลังจะสิ้นใจตาย แต่ยังมีความรู้สึก ยังมีสติ ได้ยินเสียงลูกสาวคนเล็กที่อาศัยอยู่ด้วยกันร้องบอกด้วยความตกใจว่า “แม่อย่าเพิ่งไป แม่อย่าไป ” ซึ่งหมายถึงอย่าให้ตนตาย พูดพร้อมจับมือตนเขย่าแร ๆ ก่อนจะพาไปยัง รพ.นครคริสเตียน และติดต่อลูกชายอีก 2 คน ๆโตอายุกว่า 60 ปี อีกคนอายุเกือบ 50 ปี มาที่ รพ. ซึ่งแพทย์รีบนำเข้าห้องฉุกเฉินและรีบให้ออกซิเจน โดยลูกชาย ลูกสาวตนนั่งห้อมล้อมรอบเตียงคนไข้  จนกระทั้งมีหลวงพ่อวัดโพธ์เสด็จที่ตนทำบุญตักบาตรทุกวันทราบข่าวเดินทางไปเยี่ยมที่ รพ.ในขณะลูกชายและลูกสาวเข้ามากอดและเขย่าร่างตนให้รู้สึกตัวต่อเนื่อง โดยหูตนได้ยินหลวงพ่อสั่งห้ามลูก ๆ ของตนว่า ในช่วงนี้อย่าเพิ่งไปถูกน้องต้องตัวยายจิตร

 

 

            หลังจากนั้ไม่ได้ตนเห็นว่ามีผู้ชายตัวดำ ร่างใหญ่ เครื่องแต่งกายประดับประดามีราคา  และสวมมงกุฎที่ศรีษะ เข้ามายืนที่ข้างเตียงของตน ตนรู้ทันทีว่ายมบาลกำลังจะมารับวิญญาณของตนไปแน่นอน ซ่งตนก็ทำใจได้ และพร้อมที่จะไปกลยมบาล  แต่ก่อนที่ตนจะสิ้นลมหายใจยมบาลได้ตะคอกถามตนว่านางสมจิตร ที่กำลังจะสิ้นใจตายมีอะไรจะนำติดตัวไปด้วย หรือเรียนจบชั้นอะไรมาบ้างหรือไม่  ตนรีบตอบทันทีว่าเรียนจบนักปฏิบัติธรรมขั้นสูงของสำนักปฏิบัติธรรมมูลนิธิจริยธรรมพร้อมมูล  เท่านั้นเองท่านยมบาลก็ตบที่เตียงของตนก่อนจะหายวับไปทันทีทันใด จากนี้นตนก็หายเป็นปกติทุกอย่าง ลมตาขึ้นมาเห็นลูกชาย กสาวและหลวงพ่อยืนอยู่รอบเตียงคนไข้  ก่อนที่แพทย์จะเข้ามาตรวจและอนุญาติให้ลูก ๆ พากลับบ้านได้ในวันเดียวกัน ตนเชื่อว่าที่รอดตายมาได้เพราะผลบุญกุศลที่ตนสั่งสมมานานและปฏิบัติธรรมอย่างต่อเนื่องนั้นเอง  คุณยายจิตร มีแต้ม กล่าวในที่สุด.

 

 

 

 

ภาพ/ศูนย์ข่าวนคร 24 ชม.สมาคมสื่อมวลชนนครศรีธรรมราช

ข่าว  ยุทธนะ  เตมะศิริ สำนักข่าวทีนิวส์นครศรีธรรมราช