เหยื่อรถตู้ชาวลาวอาการหนัก 1 ราย เปิดศูนย์ควบคุมระบบ GPS ใช้งานได้ ยอมรับมีการดัดแปลงจริง หากตรวจพบดำเนินคดีตาม กม. 

Publish 2019-08-20 08:04:50


    เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2562 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักงานขนส่งจังหวัดสระแก้ว เปิดให้มีการตรวจสอบศูนย์จีพิเอส รถยนต์ขนส่งสาธารณะ พร้อมลงพื้นที่ตรวจสอบเส้นทางถนนสาย 317 สระแก้ว-จันทบุรี จุดที่มีการเกิดอุบัติเหตุรถตู้โดยสารนำชาวลาวไปประทับตราหนังสือเดินทาง ชนประสานงากับรถบรรทุกพ่วง 18 ล้อ จนมีผู้เสียชีวิต 11 ราย และบาดเจ็บ 4 ราย เมื่อช่วงเช้ามืดวันที่ 18 ส.ค.ที่ผ่านมา โดยถนนช่วงดังกล่าวอยู่ระหว่างการก่อสร้างขยายถนนจาก 2 ช่องจราจร เป็น 4 ช่องจราจร โดยสำนักงานขนส่งจังหวัดสระแก้วและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจากกรมการขนส่งทางบก ต้องการตรวจสอบข้อมูลระบบ gps ของรถยนต์โดยสารสาธารณะภายหลังมีข่าวว่า มีการตัดระบบ gps วิ่ง ในเส้นทางจนเกิดอุบัติเหตุหมู่ดังกล่าว เพื่อรายงานปัญหาดังกล่าวด้วย 

    ทั้งนี้ เมื่อช่วงบ่ายที่่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ด้านวิศวกรรม กรมการขนส่งทางบก ประมาณ 9 คน ได้ร่วมลงพื้นที่กับ นางสาวนันทิยา ใฝ่เมตตา หัวหน้าขนส่งจังหวัดสระแก้ว เพื่อตรวจสอบพื้นที่และตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุ ตรวจวัดสภาพถนน สภาพแวดล้อม ที่จะเป็นสาเหตุในการเกิดอุบัติเหตุร่องรอยของรอยยางรถ และจากนั้นได้เดินทางไป สภ.วังสมบูรณ์ ตรวจสอบสภาพรถตู้ รถบรรทุก เพื่อตรวจสอบโครงสร้างของตัวรถ และเก็บข้อมูลว่าตัวถังรถมีความปลอดภัยที่จะนำมาทำเป็นรถโดยสารถูกต้องตามหลักเกณฑ์หรือไม่ ซึ่งเบื้องต้นได้มาตรวจสอบและจะรวบรวมข้อมูลนำไปรายงานให้กรมขนส่งทางบก เพื่อรายงานให้กับกระทรวงฯ 

    จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบว่า รถทั้งสองคันมีสภาพพังยับเยิน ซึ่งถ้ารถตู้วิ่งมาด้วยความเร็ว 85 กม. บวกกับรถบรรทุก ที่วิ่งมาด้วยความเร็ว 40 กม. เท่ากับว่า รถคันหนึ่งวิ่งมาด้วยความเร็ว 125 กม. ชนกับก้อนหิน ก็ทำให้บุบพังได้ ซึ่งเป็นการแจงให้เห็นภาพของการเหวี่ยงที่กระทบกัน ขณะเดียวกัน ที่ สภ.วังสมบูรณ์ มีญาติของผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับบาดเจ็บ มาพบกับพนักงานสอบสวนเพื่อขอเอกสารและขอใบมรณะบัตร รวมทั้งขอใบรับรองการเสียชีวิตจากโรงพยาบาลฯ เพื่อที่จะนำเอกสารไปติดต่อขอรับศพ ซึ่งญาติคนหนึ่ง กล่าวว่า มาทำเอกสารของนางแสงเดือน แก้วคุณวงศ์ อายุ 32 ปี ชาวลาว จากนั้นถ้าติดต่อรับศพที่สถาบันนิติเวชได้แล้ว ก็จะนำกลับไปบำเพ็ญกุศลทางศาสนา จะเคลื่อนย้ายศพโดยรถยนต์กลับทางด่านช่องเม็ก จ.อุบลราชธานี

    ดร.ยุทธศักดิ์ ประเสริฐ หัวหน้าฝ่ายวิชาการชำนาญพิเศษ สำนักงานขนส่งสระแก้ว เปิดเผยว่า ระบบจีพีเอสที่ทางขนส่งใช้ตรวจสอบรถยนต์สาธารณะทำงานปกติหลังรูดใบขับขี่ ซึ่งประเด็นที่ระบุว่า มีการปิดจีพีเอสในรถคันที่เกิดอุบัติเหตุนั้น ทางสำนักงานขนส่งจังหวัดสระแก้วได้ตรวจสอบแล้ว ปรากฏว่าจีพีเอสของรถตู้เช่าเหมาคันนี้ใช้งานได้ปกติ มีการตรวจสอบพบว่า มีการเดินทางจากกรุงเทพมาตลอดเส้นทาง สามารถตรวจสอบสัญญาณได้เป็นปกติทุกอย่าง ซึ่งข้อมูลที่ได้รับไปตอนแรกอาจจะเป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนไม่ตรงตามที่มีการตรวจสอบ

    นายยุทธศักดิ์ กล่าวถึงการลักลอบเปลี่ยนแปลงและตัดจีพีเอสรถสาธารณะว่า กรณีดังกล่าวเป็นกระแสในสังคมของผู้ใช้รถตู้โดยสาร รถที่ต้องถูกกฎหมายบังคับใช้ ซึ่งเรื่องนี้มีอยู่จริง ซึ่งทางสำนักงานขนส่งเองก็มีมาตรการในการออกไปตรวจสอบอย่างเข็มงวดกวดขัน ไม่ว่าจะเป็นรถโดยสารประจำทางหรือรถตู้เช่าเหมา หากมีการพบว่า มีการกระทำผิดลักษณะนี้ ก็จะทำการจับกุมและส่งดำเนินคดีตามกฎหมายซึ่งมีโทษจำคุกรวมอยู่ด้วย  แต่ขอยืนยันว่า กรณีรถตู้เกิดอุบัติเหตุร้ายแรงครั้งนี้ สัญญาณจีพีเอสใช้งานได้ตามปกติ ไม่มีปัญหาหรือมีอุปกรณ์เรื่องการตัดสัญญาณแต่อย่างใด 

 

 



    ด้าน น.ส.ปาริชาติ ศรีชุ่ม เจ้าหน้าที่ประจำศูนย์จีพีเอส สำนักงานขนส่งจังหวัดสระแก้ว  บอกว่า รถสาธารณะทุกคนที่ติดตั้งจีพีเอส จะโชว์ความเร็วทุกคันที่เข้าพื้นที่ หากคันไหนใช้ความเร็วเกิน 90 กม./ชม. และเจ้าหน้าที่สังเกตเห็นว่า ผิดปกติสามารถกดเข้าไปติดตาม หรือติดต่อตามข้อมูลของเจ้าของรถได้ทันที หากมีการขับรถเกินกว่าที่กำหนดหลายครั้งทางศูนย์ก็จะบันทึกเพื่อส่งหมายเรียกให้เจ้าของรถมาชี้แจงและเสียค่าปรับตามกฎหมาย  ทั้งนี้ระบบดังกล่าวสามารถควบคุมการใช้รถสาธารณะได้ตลอด 24 ชม. หากพบเห็นรถคันใดที่มีความเสี่ยงสามารถแจ้งจังหวัดใกล้เคียงให้ติดตามรถคันดังกล่าวได้ด้วยเช่นกัน 

    นายสุริยา หล้าโส อายุ นกว่าที่กฎหมายกำหนดในช่วงแซง ซึ่งตนมองว่า 90 กม./ชม.ยังถือว่าช้าอยู่ คิดว่าประมาณ 100 กม.น่าจะเหมาะสม ส่วนการตัดระบบจีพีเอสนั้น ตนไม่ทราบ ส่วนมากคนที่ขับจะอยู่ในเกณฑ์นี้ บางทีก็รู้สึกว่ามันช้าเกินไป อาจจะทำให้คนขับง่วงนอนได้ ต้องขึ้นอยู่ว่า พักผ่อนเพียงพอหรือไม่ อยากฝากให้คนขับรถตู้ระมัดระวัง ได้ยินข่าวก็หดหู่ พอเกิดเรื่องก็มีผลกระทบกับคนทำอาชีพขับรถตู้พอสมควร 

    ล่าสุด นายวิชิต ชาตไพสิฐ ผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว ได้รับรายงานจาก นพ.ภูวดล กิตติวัฒนาศาล ผอ.โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราช สระแก้ว ว่าผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัสที่อยู่ในความดูแลของแพทย์ จำนวน 3 ราย เป็นชาวลาว ชาย 2 หญิง 1 แพทย์ได้ดูแลอย่างใกล้ชิด ซึ่งมีผู้ป่วย 1 รายมีอาการวิกฤติ เป็นชายชาวลาวอายุ 19 ปี ขณะอยู่ระหว่างการเฝ้าระวังใกล้ชิด โดยอีก 2 ราย อาการยังสาหัสเช่นกัน

 

 

 

ข่าว-ภาพโดย/ยุทธนา พึ่งน้อย ผู้สื่อข่าวจังหวัดสระแก้ว