ชาวบ้านคำโตนดไม่เอาเหมืองทรายแก้ว

Publish 2019-10-28 11:08:59


เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 27 ต.ค.62 ที่บริเวณศาลาเอนกประสงค์ วัดกำแพง อ.คำโตนด อ.ประจันตคาม จ.ปราจีนบุรี มีชาวบ้านกว่า 200 คน ในพื้นที่หมู่ 8 หมู่ 10 และหมู่ 12 ในตำบลคำโตนด รวมตัวกันที่ลานอเนกประสงค์วัดกำแพง เพื่อต่อต้านไม่เอาเหมืองแร่ทรายแก้ว โดยถือป้ายข้อความ “ไม่เอา ออกไป ไม่เอาเหมืองแร่ เหมืองแร่มีพิษทำลายชีวิต ไม่เอาบ่อทรายแก้ว หนูไม่เอาบ่อทรายแก้ว ชาวบ้านทุ่งสบก ไม่เอาเหมืองทรายแก้ว ฯลฯ พร้อมร้องตะโกนไม่เอาเหมืองหมายแก้วตลอดเวลา

นายสุนทร วิลาวัลย์ อดีต ส.ส.จังหวัดปราจีนบุรี


โดยบริษัท สินทรัพย์ธรรมชาติ จำกัด ได้ยื่นคำขอประทานบัตรเหมืองแร่ทรายแก้ว ในพื้นที่ หมู่ 8 และหมู่12 คำขอเลขที่ 1-3 /2560 มีพื้นที่รวมกันแล้วประมาณ 528 ไร่ อยู่ในพื้นที่ 3 หมู่บ้าน ในตำบลคำโตนด ทำให้ชาวบ้านกังวล ว่า หากดำเนินการก่อสร้างเหมืองแร่เสร็จแล้ว จะก่อให้เกิดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม เสียงดัง ฝุ่นละอองที่เกิดจากการขุดตักดิน ตักทราย รถบรรทุก ขยะเป็นพิษ กากอุตสาหกรรมที่ทิ้งไว้หลังจากการทำเหมืองแร่ คุณภาพน้ำบนดินที่อยู่ในคลองหนองบึง และน้ำบาดาล เนื่องจากการชะล้างทรายก่อนนำไปส่ง ถนนชำรุดเสียหาย บ้านเรือนทรุดตัว มีรอยแตกร้าว เนื่องจากการวิ่งของรถบรรทุกแร่

 

และจะทำให้มีน้ำท่วมในฤดูฝน น้ำไม่พอใช้ในฤดูแล้ง มีผลกระทบต่อพืชผลทางการเกษตรของพื้นที่รอบนอกของโครงการที่มีการทำคันกั้นโดยรอบ และการนำเอาน้ำบาดาลมาใช้ในการชะล้างทรายก่อนนำไปส่ง การคมนาคมไม่สะดวกและไม่ปลอดภัยกับผู้ที่สัญจรไปมาเนื่องจากรถบรรทุกจะวิ่งตั้งแต่เวลา 08.00-17.00 น.ทุกวัน จะเกิดแก๊สพิษจากชั้นใต้ดิน อันเนื่องมาจากการเปิดหน้าดิน จะเกิดดินถล่ม ดินทรุดตัว ดินสไลด์ ของพื้นที่รอบนอกโครงการ

ในการต่อต้านครั้งนี้ ทางกลุ่มได้ส่งตัวแทนชาวบ้านได้ยื่นหนังสือ ไม่รับเหมืองแร่ทรายแก้ว ต่อนายสกล จุลาภา ผู้อำนวยการกองบริการการอนุญาตกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานละการเหมืองแร่ เพื่อขอให้ยุติการก่อสร้างเหมืองทรายแก้ว ดังกล่าว ซึ่งนายสกลได้รับหนังสือไว้ เพื่อนำเสนอผู้บังคับบัญชาเพื่อพิจารณา และขอให้ชาวบ้านเข้ามานั่งที่ห้องประชุม เพื่อให้ชาวบ้านแจ้งข้อขัดข้องและข้อกังขา แต่ชาวบ้านไม่เข้ารับฟัง และแยกย้ายกันเดินทางกลับ โดยไม่ใส่ใจที่จะรับฟังใดๆทั้งสิ้น

เสี่ยงชาวบ้านที่ไม่เป็นด้วยกับการขอทำเหมืองทรายแก้ว


ต่อมา นายสุนทร วิลาวัลย์ อดีต ส.ส.จังหวัดปราจีนบุรี ได้เดินทางมาพบกับชาวบ้านที่มายื่นหนังสือต่อต้าน พร้อมกับกล่าวว่า ผมบอกบริษัทแล้ว ถ้าบริษัทจะมาทำที่นี่ ถ้าขุดแล้วน้ำต้องให้เขาใช้ ถนนพังก็ต้องรับผิดชอบ ตำรวจก็ต้องจับรถถ้าทำผิดกฎหมาย ตอนนี้ผมบอกบริษัทแล้วให้หมู่บ้านละ 1 ล้าน จำนวน 3 หมู่

นาง อัมพร ล้วนศรี สมาชิก อบต.คำโตนด กล่าวว่า ข้อห่วงใยของชาวบ้านที่จะทำเหมืองแร่ทรายแก้วนั้น เขาห่วงว่าจะมีมลพิษ ถนนจะพังลูกหลานจะอันตราย และจะมีสารพิษ สารตะกั่ว แต่ก็ไม่แน่ใจว่าจะมีผลดีหรือผลเสีย เราไม่รู้ว่าเขาจะดำเนินการอย่างไร การพูดกับการกระทำจะเหมือนกันหรือไม่ ที่พูดกันเขาพูดว่าจะขุดทราย แต่ที่ประท้วงเขาพูดวาจะดูดทราย แต่ที่ตัวเองรู้ เขาจะขุดทรายและใส่รถออกไปและก็ล้าง แต่ที่เขาต่อต้าน เขาคิดไปถึงไหนก็ไม่รู้ ทางการก็ให้ข้อมูลกับชาวบ้านไม่เพียงพอ ควรจะชี้แจงให้มากกว่านี้

นายวุฒิศักดิ์ หลีเบี้ยว อายุ 46 ปี ชาวบ้านในหมู่บ้านกำแพง กล่าวว่า ตามที่ผมเคยทำเหมืองมาที่บ่อไร่ เมื่อเราดูดแร่ขึ้นมา ทรายก็จะไหลมากับน้ำ ทรายก็ ดินก็จะทรุดลงมา ทรายก็จะไหลออกมา ข้างล่างก็จะกลวง พอถึงหน้าฝนดินก็จะทรุดอย่างไวมาก พอเราดูดทรายขึ้นมา ข้างล่างก็จะมีแต่น้ำ น้ำเสียก็จะเข้าไปแทน น้ำบาดาลก็จะถึงกันหมด น้ำใสไหลออกไป น้ำขุ่นก็จะเข้ามาแทน อีกข้อคือ ดินทรุด เมื่อดินทรุด บ้านก็จะร้าว เพราะบ้านในพื้นที่นี้ไม่มีเสาเข็ม ประสบการณ์ที่ผมขับรถปูน เมื่อรถบรรทุกวิ่ง พื้นดินก็จะสะเทือน และก็มีฝุ่นละออง ถึงจะใช้ผ้าใบคลุมน้ำก็จะหยดลงมา ทรายก็ไหลลงมากับน้ำอีกเหมือนเดิม

 

ข่าว/ภาพ สายชล หนูแดง , ทัตธน เหล่าหล้า จ.ปราจีนบุรี