ผัวเมียเลิกกัน ทิ้งลูกน้อยไว้กับญาติ วอนกลับมาดูหน้าลูกครั้งสุดท้าย หลังไข้เลือดออกคร่าชีวิต

Publish 2019-09-26 17:28:25


วันนี้ (26 ก.ย.62) ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยังบ้านเลขที่ 187 หมู่ที่ 7 บ้านหนองอียอ ต.ยางสว่าง อ.รัตนบุรี จ.สุรินทร์  เพื่อติดตามข่าวกรณีเด็กเสียชีวิตด้วยโรคไข้เลือดออก  ซึ่งมารดาได้หายออกจากบ้านไปไม่ติดต่อกลับมาเป็นเวลากว่า 6 เดือนแล้ว  ตามที่โลกโซเชี่ยลและเพจ ศูนย์ข่าว 123 คนดีมีน้ำใจ – จังหวัดสุรินทร์ได้มีการแชร์ข่าวนี้เพื่อช่วยกันตามหาแม่เด็ก  เพื่อให้แม่เด็กได้ทราบข่าวการเสียชีวิตของลูกสาววัย 5 ขวบ เพื่อจะได้กลับมาทันดูหน้าลูกสาวเป็นครั้งสุดท้าย  ซึ่งกำลังเป็นที่สนใจของผู้คนอยู่ในขณะนี้

 

 

 



โดยที่บ้านเลขที่ดังกล่าว กำลังมีการกางเต้นท์เพื่อจัดงานศพให้กับ เด็กหญิงณัฐภัทธ ร่วมจิตร หรือนามสกุลเดิมก็คือ แก้วสมนึก อายุ 5 ขวบ ซึ่งได้เสียชีวิตด้วยโรคไข้เลือดออก เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2562 ที่ผ่านมา ซึ่งในวันนี้ก็ได้มีหน่วยงานจากสาธารณสุขจังหวัดสุรินทร์ สาธารณสุขอำเภอรัตนบุรี และสถานีอนามัยตำบลยางสว่าง ก็ได้เข้ามาดูแลและให้คำแนะนำกับชาวบ้านที่นี่  ถึงการดูแลป้องกันโรคไข้เลือดออกด้วย  หลังจากที่มีเด็กเสียชีวิตจากโรคนี้ในหมู่บ้าน  ซึ่งผู้สื่อข่าวได้สอบถามกับทางญาติของเด็กที่เสียชีวิต คือนายสุพรรณ จันทอง อายุ 52 ปี ซึ่งเป็นลุงของเด็กหญิงณัฐภัทธ ที่เสียชีวิต  ก็ได้เล่าเหตุการณ์ให้ฟังว่า เด็กญิงณัฐภัทธ เป็นหลานของตน  เป็นลูกของนางภัทราวดี ร่วมจิตร ซึ่งเป็นน้องสาวของแฟนตน  โดยก่อนหน้านั้นได้ไปมีครอบครัวอยู่ที่ อ.สะเดา จ.สงขลา ต่อมาได้ไปค้าขายอยู่ที่ อ.สทิงพระ จ.สงขลา  และก็ได้ทราบข่าวว่ามีปัญหาครอบครัวจนต้องเลิกรากัน  จากนั้นนางภัทราวดีก็ได้หอบลูก 2 คน เป็นชายกับหญิง อายุ 7 ขวบ และ 5 ขวบ กลับมาอยู่บ้านเกิดที่ บ้านหนองอียอ ต.ยางสว่าง เมื่อประมาณเกือบ 1 ปีมาแล้ว  และหลังจากกลับมาอยู่บ้านได้ไม่ถึงเดือน  สามีและญาติๆของทางสามีก็ได้เดินทางมาตามเพื่อขอคืนดี  แต่นางภัทราวดีไม่ยินยอม  เนื่องจากสามีเป็นคนชอบใช้ความรุนแรงกับครอบครัว  จนตนทนไม่ได้และได้ขอเลิกรากัน  ซึ่งแม้แต่ลูกๆทั้ง 2 คนก็ไม่ยอมไปกับพ่อ เนื่องจากเด็กมีอาการกลัวเมื่อเห็นพ่อ จนต้องวิ่งไปซ่อนตัว กระทั่งสามีและญาติๆต้องพากันถอยกลับ 

 

 

 

 

และจากนั้นต่อมาไม่นานจู่ๆนางภัทราวดีก็ได้หายตัวออกจากบ้านไปโดยไม่มีใครสามารถติดต่อได้ และไม่มีการส่งข่าวกลับมาบ้านอีกเลยเป็นเวลาร่วม 6 เดือนเศษแล้ว  ไม่รู้ว่าเป็นตายร้ายดีอย่างไร  ซึ่งก่อนหน้านั้นหลังจากที่ได้กลับมาอยู่บ้าน  นางภัทราวดีก็มีอาการซึมเศร้าเก็บตัว  ไม่ค่อยพูดจากับใคร  และก่อนจะหายตัวออกจากบ้านไป  ก็ได้มีการปิดเฟซบุ๊ก ปิดไลน์ ปิดเบอร์โทรฯของทุกคน  เพื่อตัดขาดจากโลกภายนอก ก่อนจะหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย  จนกระทั่งลูกสาวคนเล็กได้มาเสียชีวิตในครั้งนี้จากโรคไข้เลือดออก

 

 

ซึ่งก่อนเสียชีวิต เด็กญิงณัฐภัทธ หรือน้องพราว เป็นเด็กร่าเริง ช่างพูด จึงเป็นที่รักของคนในหมู่บ้าน  และกำลังเรียนอยู่ชั้นอนุบาล 2  ต่อมาได้เป็นไข้  ตนจึงพาไปตรวจที่โรงพยาบาลบึงบูรณ์ซึ่งอยู่ใกล้กับหมู่บ้าน  หมอก็ได้ให้ยามากินและนอนพักรักษาตัวอยู่ที่บ้านจนอาการดีขึ้น  แต่ต่อมาไม่นานก็กลับมาเป็นไข้ขึ้นสูงอีก  ตนก็ได้รีบพาไปหาหมอที่โรงพยาบาลบึงบูรณ์อีกครั้ง  หมอก็ได้ทำการเจาะเลือดตรวจ  ผลปรากฏว่าเป็นไข้เลือดออก  จึงได้รีบนำตัวส่งไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลจังหวัดศรีสะเกษ  แต่ไปถึงได้ไม่นานก็ได้เสียชีวิตในเวลาต่อมา

นายสุพรรณ กล่าวอีกว่า ท้ายนี้ก็อยากจะขอวิงวอนผ่านสื่อฯ หากใครได้เห็นนางภัทราวดี ก็ขอได้ช่วยกันบอกข่าว หรือนางภัทราวดีได้เห็นข่าวนี้  ก็ได้โปรดกลับมาพบหน้าลูกเป็นครั้งสุดท้ายด้วย เพราะลูกสาวคนเล็กได้เสียชีวิตไปแล้ว  โดยจะทำการเก็บศพไว้ก่อนหรือที่ชาวบ้านเขาเรียกว่าการดอยศพ ในวันอาทิตย์ที่ 29 กันยายน นี้ ที่วัดทุ่งไทรขยูง ต.ยางสว่าง ตามความเชื่อของชาวบ้านที่ว่า  หากเด็กเสียชีวิตอายุยังไม่ถึง 10 ปี  ก็ต้องให้ทำพิธีดอยศพไปก่อน  รอจนให้มีอายุครบ 10 ปี จึงจะนำออกมาทำการฌาปณกิจศพได้ 

 

 

 

จากนั้นผู้สื่อข่าวก็ได้ขอเข้าไปดูสภาพภายในบ้านที่เด็กพักอาศัยอยู่ก่อนเสียชีวิต ซึ่งทราบว่าก่อนหน้านี้เด็กทั้ง 2 ซึ่งเป็นลูกของนางภัทราวดี คนโตเป็นผู้ชาย คนเล็กที่เสียชีวิตเป็นหญิงพักอยู่ที่บ้านของแม่เด็กอีกหลังซึ่งสร้างใหม่ ซึ่งใช้เป็นที่จัดงานศพในครั้งนี้  แต่พอแม่เด็กหายตัวไป  ป้าซึ่งเป็นพี่สาวของนางภัทราวดีก็ได้นำเด็กมาพักดูแลที่บ้านของตน  ซึ่งมีสภาพเป็นบ้านชั้นเดียวปลูกเป็นเพิง มีที่นอนเป็นแคร่ไม้ไผ่ ต้องใช้มุ้งกางนอน อยู่ติดกับคอกวัว  ซึ่งตอนกลางวันชาวบ้านบอกว่าที่นี่มียุงเยอะมาก  ซึ่งปีนี้มีมากผิดปกติ  แม้ว่าทาง อบต.จะได้มีการออกมาพ่นยาทุกปี  แต่ก็ไม่สามารถปราบให้หมดได้  จนกระทั่งมาเกิดเหตุสลดมีเด็กเสียชีวิตจากโรคไข้เลือดออกในครั้งนี้  ซึ่งทำความเสียใจให้กับทุกคนที่ได้ทราบข่าวเป็นอย่างยิ่ง  และต่างก็ได้ช่วยกันประโคมข่าวแชร์ข่าวนี้กันออกไปในโลกโซเชี่ยล  เพื่อช่วยกันตามหาแม่เด็ก และแจ้งข่าวให้ทราบ หรือให้ติดต่อกลับมาที่หมายเลข 084-9051315 คุณอภิญญา ซึ่งเป็นพี่สาวก็ได้ เพื่อให้ได้มาพบหน้าลูกสาวเป็นครั้งสุดท้าย  ก่อนที่จะไม่ได้เห็นหน้ากันอีกตลอดไป

 

 

 

ภาพ / บุญเรือง เกษรจันทร์
ข่าว / ชูชัย ดำรงสันติสุข จ.สุรินทร์